in

สรุปข่าว “ฟอเร็กซ์-การเงินโลก” : 21 ก.พ. 63

คริสตีน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป "ECB"

1) ใจความสำคัญ ECB Meeting เมื่อวานนี้ 🇪🇺

ในการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวานนี้ ในเรื่องสภาวะเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ที่ประชุมอธิบายว่า แม้ตัวเลขที่ประกาศออกมา ภาพรวมๆ จะเป็น Positive โดย GDP ก็สามารถเติบโตได้ในระดับปานกลาง แต่เศรษฐกิจยุโรปก็ยัง “อ่อนแอ” อยู่

ECB บอกว่า สิ่งที่ต้องระวังคือ “การมองโลกในแง่ดีเกินไป” และได้แสดงความกังวลต่อประเทศที่พึ่งพารายได้จากการส่งออก เนื่องจากการค้าโลกยังตึงเครียด และ Demand จากประเทศเอเชียที่อ่อนแอลง

แม้การบรรลุข้อตกลงการค้า จีน-สหรัฐฯ จะทำให้ความเชื่อมั่นฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง แต่ต้องไม่ลืมว่า ยังมีการ Tariff ในหลายๆ สินค้าอยู่ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป

ขอสรุปในภาพรวมๆ ว่า Tone ของ Statement ค่อนข้างอึมครึม และแปลกที่เมื่อวาน ค่าเงินยูโร (EUR) จะอ่อนค่าลงอีก อย่างไรก็ตาม ถ้าไปเทียบกับ Statement คร่าวๆ ถือว่ามีสัญญาณบวกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

2) น้ำมันดิบ : แนวรับทาง Fundamental ทำงาน 🇸🇦

Goldman Sachs เคยประเมินไว้ตอนต้นเดือนว่า ราคาน้ำมันดิบ (WTI) ที่ประมาณ 50 เหรียญ จะเป็นจุดที่ได้รับการตอบสนองจากฝั่ง Supply Side หรือมีการเข้าซื้อจากผู้เล่นรายใหญ่

นับว่า คาดการณ์ได้แม่นยำมาก เพราะหลังจากนั้น ราคาน้ำมันก็เป็นขาขึ้นมา 2 สัปดาห์ติดกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการให้เหตุผล Reuters พยายามอธิบายว่า การที่ราคาขึ้นนั่นมาจากตลาดคลายความกังวลจากเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากจีนเริ่มมีการหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีกครั้ง

3) ตัวเลขเศรษฐกิจ “อังกฤษ” สัปดาห์นี้ดีขึ้นทุกอย่าง 🇬🇧

แม้เราจะเห็นแล้วว่า ค่าเงินปอนด์ (GBP) ของอังกฤษอ่อนค่าลงตลอด (Sideway Down) ซึ่ง Theme หลักๆ คือ นักลงทุนยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่า อังกฤษจะสามารถเจรจาการค้าได้ภายในปีนี้

แต่ถึงกระนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ กลับค่อยดีขึ้นหมด เช่น มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.8 แสนตำแหน่งในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว มากกว่าที่คาดการณ์ไว้เพียง 1.45 แสนตำแหน่ง สอดรับการตัวเลข “คนยื่นขอรับสวัสดิการ” เพียง 5,500 คน ที่น้อยลงจากเดือน ม.ค. ที่สูงถึง 14,900 คน

ตัวเลขที่วัดกำลังซื้อก็ออกมาดีทั้ง ดัชนียอดขายปลีกซึ่งวัดระดับการใช้จ่ายของผู้บริโภคจากเคยติดลบก็โตขึ้น 0.9% ราคาบ้านในอังกฤษเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.2% และสุดท้ายที่สำคัญสุดคือตัวเลขที่สะท้อนภาพรวมๆ อย่าง “เงินเฟ้อ” ที่โตมา 1.8% เข้าใกล้เป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางอังกฤษใฝ่ฝัน