in

สรุปประเด็น : จีน-สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้า

เริ่มเรื่อง : สหรัฐฯ ตั้ง Deadline 15 ธ.ค. 62

ข่าวสงครามการค้า มีประเด็นปลีกย่อยและยืดเยื้อ สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามเรื่องราวล่าสุดได้จากหมวด “ข่าวสงครามการค้า” โดยโฟกัสสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ เส้นกำหนดตายที่สหรัฐฯ วางไว้ว่า จีน-สหรัฐฯ ไม่สามารถตกลงทางการค้ากันได้ ก็จะทำการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของจีนซ้ำอีกรอบ!

ภาษีสินค้านำเข้าข้างต้นนั้น จะเรียกเก็บในอัตราที่มากถึง 15% คิดเป็นมูลค่าของสินค้ารวมกันเกือบ 1.6 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนที่เป็นกำลังหลักของจีน ซึ่งแน่นอนว่า ทางฝั่งของจีนก็มีการประกาศเป็นระยะว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการทางภาษีเช่นเดียวกัน

จบแบบง่ายๆ : บรรลุ “เฟสหนึ่ง” – ไม่ขึ้นภาษี

อันที่จริง ก่อนที่จะถึง Deadline 15 ธ.ค. นั้น มีการส่งสัญญาณกดดันกันเป็นระยะ เช่นกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ทวีตข้อความว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าในกลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียมจากบราซิลและอาร์เจนตินา ตอนนั้นนักลงทุนก็เริ่มกังวลกันว่า สองประเทศนี้โดนไปแล้ว จีนก็คงไม่น่ารอด

แต่คงก็เพราะแรงกดดันและความบอบช้ำของจีนด้วย วันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา ก็เลยดูเหมือนจะจบง่ายๆ โดย ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความว่า จีน-สหรัฐฯ สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าในเฟสแรก “Phase-One” ได้แล้ว เป็นข้อตกลง “ขนาดใหญ่” กับทางจีน ซึ่งทางจีนก็ยอมรับที่จะเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้าง และจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ โดยทั้งนี้ …

  • สหรัฐฯ จะไม่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนที่เคยวางกำหนดการไว้ในวันที่ 15 ธ.ค. 62 แล้ว (มูลค่าเกือบ 1.6 แสนล้านดอลลาร์)
  • แต่กำแพงภาษีอันเก่าที่ประกาศให้บังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 62 ในอัตรา 15% ยังไม่ยกเลิก เพียงแต่จะลดเหลือเพียง 7.5% เท่านั้น (มูลค่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์)

เฟสหนึ่ง : “จีน” กลับมาซื้อสินค้าสหรัฐฯ

จากคำแถลงของทางการจีน เป็นไปในทางเดียวกันกับฝั่งสหรัฐฯ โดยจีนได้ตกลงที่จะสนับสนุนสหรัฐฯ ในประเด็นต่างๆ

  • จีนจะสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้นไปสู่ระดับ 200,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 2 ปี ทั้งนี้ ก็จะเป็นสินค้าเกษตร (ที่ “ทรัมป์” เรียกร้องบ่อยๆ) กว่า 32,000 ล้านดอลลาร์
  • แก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับการถ่ายโอนเทคโนโลยี (ที่ปกติบริษัทอเมริกันที่ต้องการเข้าไปทำตลาดในจีน จะต้องถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะให้กับบริษัทจีน)
  • จะไม่ปั่นค่าเงิน 😀

จะเห็นได้ว่า สหรัฐฯ กลับมาข้อเรียกร้องเดิมโดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่สหรัฐฯ เสียเปรียบในแง่ที่ต้องถ่ายทอดความรู้ได้ตลอด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่เป็นหมากหนึ่งของเกมการเมืองโลก บอกได้เลยว่า นี่ยังจะไม่จบง่ายๆ อย่างไรเสีย เราคงต้องติดการเจรจาในเฟส 2 ต่อไปว่า สหรัฐฯ จะมีลูกเล่นอะไรให้เราได้ชมกันอีก