in

สรุปประเด็น : รัฐมนตรีคลังอังกฤษ “ลาออก” ส่งผลกระทบอะไรบ้าง

รัฐมนตรีคลังอังกฤษ คนเดิมลาออก 13 ก.พ.

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อังกฤษอยู่ในช่วงการปรับคณะรัฐมนตรี โดย Boris Johnson ต้องการให้ “ซาจิด จาวิด” (Sajid Javid) รัฐมนตรีคลังในขณะนั้น ทำการปลดทีมที่ปรึกษาส่วนตัวออก ซึ่ง Javid ไม่อาจยอมรับได้ และเป็นเหตุให้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 ก.พ. โดยมี “ริชี ซูนัก” (Rishi Sunak) รัฐมนตรีช่วยขึ้นมารับตำแหน่งแทน

ก่อนหน้าที่จะลาออก Javid มีกำหนดที่ต้องยื่นร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 11 มี.ค. 63 ซึ่งการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีคลัง เท่ากับเปิดช่องให้ Boris Johnson เข้ามาแก้ไขหรือเปลี่ยนร่างงบประมาณฉบับ Javid ไปทั้งฉบับเลยก็ได้

ร่างงบประมาณรายจ่าย ฉบับ Javid

ร่างงบประมาณของ Javid มีความอนุรักษ์นิยมมาก การลดหนี้ของรัฐบาลลง พยายามกำหนดกรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่ให้ใช้เงินเกิน 3% ของ GDP เพราะ Javid มองว่า การใช้จ่ายของอังกฤษอยู่ในสภาวะ “เกินกำลัง” แล้ว

ความจริง สิ่งที่ Javid วางไว้ก็นับว่า “ทุ่ม” มากๆ แล้ว เป็นแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 แสนล้านปอนด์ภายในเวลา 5 ปี ซึ่ง Javid มองว่า ทั้งแผนลงทุนครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับแผนลดภาษีธุรกิจที่เคยประกาศไปเมื่อปีที่แล้ว ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้อังกฤษจะเริ่มกลับมายืนได้จากแหล่งรายได้ใหม่ๆ ภายในปี 2024

ฉบับใหม่ : รายจ่ายที่อาจจะ “หนักขึ้น”

หลังจากที่ Rishi Sunak ขึ้นรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังแทน Javid ยังไม่แน่นอนว่า เขาจะยื่นร่างงบประมาณตามกำหนดการเดิมหรือไม่ แต่ด้วย Sunak ที่มีแนวโน้มจะยอมรับการตัดสินใจของ Boris Johnson มากกว่า Javid ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า งบประมาณฉบับของ Sunak จะ Aggressive มากกว่า

ในประเด็นนี้ David Gauke อดีตรัฐมนตรียุติธรรมในสมัย Theresa May วิเคราะห์ว่า แนวความคิดของ Boris Johnson มีลักษณะอนุรักษ์นิยมน้อยกว่ายุค Theresa May โดย Johnson ให้ความสำคัญกับ “การระวัง” การใช้จ่ายและการกู้ยืมที่น้อยกว่า

ซึ่ง David Gauke ก็แอบแขวะนิดๆ ว่า Johnson ก็เป็นแบบเนี่ยๆ ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรเลย เพราะเขาเป็นที่มักยืนกรานจะทำบางสิ่งและไม่ชอบให้อะไรมาขวางหน้า

สรุป : การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีคลัง มีแนวโน้มจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายของรัฐบาลอังกฤษ อาจจะลงทุนมากขึ้น กู้ยืมมากขึ้น ทำให้นโยบายทางธุรกิจต่างๆ ให้ผ่อนคลางลงอีก ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้เสียภาษีและนักลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้