in

Opinion : จีนอาจกำลังมีปัญหา “ซ่อนเร้น” ในระดับวิกฤต

Opinion by Tee Arjchaidan (ธีร์ อาจชายแดน)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การลงทุนในตลาดหุ้นเต็มไปด้วยความเครียด เพราะตลาดหุ้นทั่วโลกโดนถล่มขายอย่างหนัก สื่อการเงินกระแสหลัก พยายามจะอธิบายสาเหตุในการเทขายครั้งนี้ว่า เป็นผลจากการระบาดที่ยืดเยื้อของโคโรน่าไวรัส

แม้เราจะรู้ว่า ไม่ควรถามหาความเป็นเหตุเป็นผลจากตลาดการเงิน แต่มันก็น่าสงสัยจริงๆ แหละว่า ทำไมของราคา Asset อื่นๆ ก็ลงระนาวด้วยเหมือนกันทั้ง หุ้น น้ำมัน ทองคำ ฯลฯ ซึ่งถ้าจะบอกว่า โลกกำลังจะเกิดวิกฤต คำถามคือ ทำไมทองไม่ขึ้น?

แม้ตลาดจะดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่ความเคลื่อนไหวที่ “ไม่ธรรมดา” ที่จับได้ในวันศุกร์ที่ผ่านมา คือ สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) กับดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ที่อ่อนค่าผิดปกติมากๆ ในขณะที่สกุลเงินยูโร (EUR) “แอบ” ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาตลอดหลายวันก่อนหน้า และในวันศุกร์ก็เป็นตัวเดียวที่บวกหนักๆ

Portfolio Rebalancing

คำถามดังกล่าว ถ้ามองบนพื้นฐานของกลยุทธิ์แบบ Global Macro เราสันนิษฐานได้เหมือนกันว่า จีนอาจกำลังมีปัญหา “ซ่อนเร้น” ในระดับวิกฤต (ในแบบที่อาจจะน่ากลัวมากๆ) เนื่องจากค่าเงิน AUD กับ NZD เราถือเสมือนเป็น “ตัวแทน” ที่บ่งชี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน [1]

เวลาค่าเงิน AUD, NZD เกิดผันผวนมากๆ เทรดเดอร์จะพยายามสังเกตว่า มีประเด็นอะไรในจีนไหม และยิ่งถ้ามันอ่อนค่ามากๆ อย่างผิดปกติ มันก็อาจหมายถึง มีใครสักคนที่เข้าถึงข้อมูลได้ลึกกว่าพวกเรา และคนเหล่านั้น อาจรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับจีนในตอนนี้

ประเด็นต่อมาคือ สกุลเงิน EUR ที่มีความสำคัญในเชิง Tactic ของการจัด Portfolio โดยตัวสกุลเงิน Eur จะกลายสถานะเป็น Safe Asset ในทันทีเมื่อ Gold หรือ U.S.Dollar ดูไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นหลุมหลบภัย ณ เวลานั้นๆ ซึ่งความไม่เหมาะสมอาจเป็นเรื่อง “ราคาที่แพง” ด้วย

จาก 2 ข้อสังเกตในเรื่อง AUD, NZD กับสกุลเงิน EUR เราสันนิษฐานได้ว่า อาจกำลังมีพวก “สถาบัน” ที่กำลัง “นกรู้” โดยอาจมีการ “เทขายทำกำไร” จากราคาทองคำที่แพงมากๆ แล้ว เข้าไปถือสกุลเงิน EUR แทน เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Portfolio Rebalancing

ซึ่งข้อสนับสนุนที่น่าสนใจในเรื่องนี้ก็คือ “พื้นฐานของยุโรปที่มันไม่ค่อยน่าสนใจ” แถมเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ๆ ในยุโรปก็ชะลอตัวลงมาเรื่อยๆ มันเลยทำให้การแข็งค่าของ EUR ดูเป็นเรื่องของการป้องกันความเสี่ยง มากกว่าจะอยากเข้าไปลงทุนเพราะมองเห็นการเติบโตจริงๆ

Note

[1] สกุลเงิน AUD, NZD อยู่ในกลุ่มที่เรียกกันว่า Commodity Currency หมายถึง สกุลเงินของประเทศที่มีเศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกสินค้า Commodity พื้นฐานต่างๆ เช่น ทองคำ ทองแดง เหล็ก ฯลฯ และค่าเงินเหล่านี้มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคา Commodity ในตลาดโลก

แต่เมื่อจีนเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลก จีนย่อมยึดโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลก ถ้าเศรษฐกิจโลกขยายตัว เศรษฐกิจจีนขยายตัว มันก็จะบอกผ่านราคา Commodity “แพงขึ้น” ซึ่งมักทำให้ค่าเงินของประเทศ Commodity Currency แข็งค่าตามไปด้วย

ค่าเงิน AUD, NZD มันจึงเป็นตัว Represent หรือบ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และยึดโยงกับภาพใหญ่ๆ ในสถานการณ์ที่จีนเป็น Driver สำคัญ

ไวรัสระบาดใน “อิตาลี” : ความเสี่ยงของเศรษฐกิจยุโรป

3 ประเด็น “ฟอเร็กซ์-การเงินโลก” ที่น่าสนใจในรอบสัปดาห์