in

Flash Crash คืออะไร : ทำไมนักเทรด Forex ต้องกลัว ?

Forex Flash Crash คืออะไร
Forex Flash Crash คืออะไร : สิ่งที่นักเทรดต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้

Flash Crash คือเหตุการณ์ที่สภาวะ “ราคา” ของสินทรัพย์ทางการเงิน เกิดการ ‘ร่วง’ ตกลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก เกิดขึ้นได้ทั้งในตลาดหุ้น ทองคำ น้ำมัน Bitcoin รวมถึงตลาดขนาดใหญ่อย่างตลาด “Forex” ซึ่งการตกลงอย่างรวดเร็วของราคา มักทำให้นักลงทุนรายย่อยถูก “บังคับขาย” (Force Sell) และต้องสูญเสียเงินจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที

Flash Crash คืออะไร (101) : หลักพื้นฐานในการทำความเข้าใจ

Demand & Supply เป็นหลักที่สามารถอธิบายธรรมชาติการเคลื่อนไหวของตลาดได้  และเป็นหลักในการเข้าใจเรื่อง Flash Crash โดยการที่ราคาปรับตัวลง จะเกิดจากกรณีที่ “ไม่มีผู้ใดเลย” ยอมรับซื้อสินค้าในราคาหนึ่งๆ เช่น อาจมีผู้เสนอขายสกุลเงินยูโรที่ราคา 10 บาท แต่ไม่มีใครยอมซื้อในราคา 10 บาทเลย มันก็จะไม่เกิดการซื้อขาย ซึ่งเหตุการณ์ที่ตามมา คือ

  • หากผู้ขายทนไม่ไหว ก็จะเริ่มมี “ผู้ขาย” ยอมขายในราคาที่ถูกลง เช่น อาจจะขาย 9 บาท และมีคนรับซื้อในราคา 9 บาท ผลลัพธ์คือ “ราคาตลาด” ก็จะปรับตัวลงที่มา 9 บาท
  • แต่หากตัวอย่างข้างต้นกลายเป็นว่า ที่ราคา 10 บาท ยังมีคนยอมซื้ออยู่ “ราคาตลาด” ก็จะมาเทรดกันที่ 10 บาท
  • สรุปคือ “ราคาร่วงลง เพราะไม่มีใครยอมซื้อในราคานั้น

ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ให้ลองนึกถึง “ธรรมชาติผู้ขาย” ที่หากมีคนต้องการสินค้าเยอะๆ ผู้ขายมักจะค่อยๆ ปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น (หรือที่เรียกว่า “โก่งราคา” ในบางสถานการณ์) และหากการโก่งราคานั้นยังมีผู้ซื้อที่ยอมซื้ออยู่ ราคาตลาดก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่หากขายไม่ได้ ก็ต้องยอมลดราคาเพื่อให้มีคนมาซื้อ

  • สำหรับนักเทรดแล้ว เรื่อง Demand & Supply สามารถสรุปสั้นๆ ได้ว่า “ราคาตลาดคือราคาที่ผู้ซื้อยังยอมซื้ออยู่”

คุณสามารถเปิดบัญชีเทรดฟอเร็กซ์ได้ฟรีกับโบรกเกอร์ Forex ที่เป็นพันธมิตรและได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงจาก Wiffpost.com โดยคุณสามารถฝึกเทรดฝึกได้ด้วยระบบบัญชีเงินทดลอง (Demo Account) ผ่านแพลตฟอร์มการเทรดระดับโลกอย่าง MetaTrader ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เทรดและเรียนรู้สภาพของตลาดการเงินจริงๆ ราคาจริงๆ คำนวณราคาได้เหมือนเงินจริงทุกประการ ซึ่งระบบจะไม่มีการบังคับให้คุณต้องเติมเงินหรือชำระค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้!

Flash Crash เกิดจากอะไร?

เรารู้แล้วว่า ราคาสามารถร่วงได้เพราะไม่มีใครยอมซื้อที่ราคาหนึ่งๆ แต่การจะเกิดเป็น Flash Crash ที่มีลักษณะ “ร่วงลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง” ซึ่งบ่อยครั้งมักมีลักษณะ “กระโดดข้ามราคา” ไปหลายๆ ระดับราคาได้นั้น มักมีปัจจัยหลักๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ตามที่ได้อธิบายไว้ดังนี้

  1. ไม่มีผู้ใดยอมซื้อใน “ช่วงราคา” หนึ่งๆ เลย
    • ตัวอย่างจากสกุลเงินยูโรที่ตั้งขาย 10 บาท หากไม่มีคนยอมซื้อเลย แม้ราคาจะเหลือ 9 บาท หรือต่ำกว่านั้น ราคาตลาดก็จะวิ่งไปที่ “ราคาที่ผู้ซื้อยังยอมซื้อ” หากมีคนมารับซื้ออีกทีที่ 6 บาท ราคาจะกระโดดจาก 10 บาท ไป 6 บาททันที ทำให้กราฟราคาไม่มีรอยต่อ หรือเป็นลักษณะ “Gap”
    • สรุปคือ ตั้งแต่ “ช่วงราคา” 7-10 บาท เป็นช่วงราคาที่ไม่มีใครยอมซื้อเลย ราคาก็กระโดดมาที่ 6 บาท
    • เป็นการขายไม้แรกที่สร้างความตระหนกให้ตลาด มักเปิดด้วยการตั้งขายครั้งเดียวทีละหลายๆ สัญญา
    • การขายไม้แรกที่ความความตระหนก อาจเกิดจากอะไรก็ได้ เป็นการคีย์คำสั่งขายที่ผิดพลาดจากธนาคาร, เป็นการเทขายที่ผิดพลาดของระบบซื้อขายอัตโนมัติ ฯลฯ
  2. จากข้อที่ (1) “การขายไม้แรกที่สร้างความตระหนก” สามารถทำให้ราคาร่วงลง “มากพอ” ในระดับที่ไปกระตุ้นให้เกิดการเทขายของนักลงทุนรายอื่นๆ รวมถึงการขายที่มาจากระบบหุ่นยนต์ซื้อขายอัตโนมัติความเร็วสูง (HFT)
    • ราคาที่ร่วงลงอย่างรวดเร็วนั่น จะได้รับแรงเทขายสนับสนุนมาจากการโดน “บังคับขาย” (Forced Selling) ของนักลงทุนรายย่อยอีกครั้งหนึ่ง

สรุปคือ การเกิด Flash Crash เริ่มต้นด้วยการขายไม้แรกที่สร้างความตระหนก อาจเกิดในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องน้อยๆ แต่สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็น Flash Crash ได้จริงๆ คือการกระหน่ำเทขาย โดยเฉพาะจาก HFT

Noted

  • HFT ย่อมาจาก “High-Frequency Trading” เป็นระบบเทรดอัตโนมัติด้วยคอมพิวเตอร์ ซื้อขายด้วยความรวดเร็วสูงในกรอบของ Algorithm ที่วางไว้
  • ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) อธิบายกว้างๆ ว่า HFT มักจะซื้อหรือขายเมื่อราคาขยับออกห่างจากสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ไประยะหนึ่งๆ หรือมีลักษณะที่เทรดตามแน้วโน้มนั่นเอง
    • ดังนั้น หากราคามีการร่วงแรงๆ มันจึงมักไปกระตุ้นให้ HFT เทขายออกมา
  • ความจริงเราสามารถพูดได้เหมือนกันว่า HFT มันเป็นทั้งต้นเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิด Flash Crash หรือทำให้การเกิด Flash Crash มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ปี 2010 : ตลาดหุ้นเกิด Flash Crash ครั้งแรก

คำว่า Flash Crash ถูกเป็นที่พูดถึงอย่างมากในปี 2010 โดยในวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม (May 6, 2010) เกิดเหตุการณ์ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรง ซึ่งตอนหลังเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “Crash of 2:45” หรือ “2010 Flash Crash” โดยดัชนี Dow Jones (DJI) ร่วงไปถึง 998.5 จุด หรือติดลบกว่า (-9%) ภายในเวลา “ไม่กี่นาที” เท่านั้น และด้วยความผันผวนรุนแรง ตลาดใช้เวลาประมาณ “ครึ่งชั่วโมง” ในการดีดกลับขึ้นมาเกือบจะใกล้กับราคาเดิม สุดท้ายจากลบ (-9%) เหลือเพียงติดลบ (-3.2%) ในตอนปิดตลาด

ข้อมูลจาก CFI แสดงกราฟดัชนี Dow Jones (DJIA) ในเหตุการณ์ Flash Crash 2010

รายงานของ SEC ที่มาสืบสวนเรื่องนี้ ได้ระบุว่า เกิดการขายสินทรัพย์ด้วยสัญญาขนาดใหญ่ (“การขายไม้แรกที่สร้างความตระหนก”) ซึ่งการขายดังกล่าวไปกระตุ้น (Trigger) เงื่อนไขของระบบหุ่นยนต์ซื้อขายอัตโนมัติ (HFT) ให้ทำการ “เทขาย” สินทรัพย์ที่ถือครองอยู่ ซึ่งเมื่อ HFT ทำการขายพร้อมๆ กัน ก็ทำให้เกิดการเทขายด้วยปริมาณมหาศาลในชั่วพริบตา และนี่คือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ราคากระโดดรุนแรงจนเป็นลักษณะ Flash Crash ในตอนนั้น

Flash Crash 2019 : สกุลเงินเยน Flash Crash รับผลประกอบการ Apple

เช้าของวันพฤหัสบดีที่ 3 ม.ค. 62 สกุลเงินเยน (Yen – JPY) ของประเทศญี่ปุ่น เกิดอาการ Flash Crash โดยคู่เงิน USDJPY ร่วงลงทันที 3.7% สู่จุดต่ำสุดที่ 105.25 หลังจากมีการประกาศผลประกอบการของบริษัท Apple ที่มีรายได้ลดลงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก

ข้อมูลจาก Bloomberg คู่เงิน USDJPY ตกลงรวดเดียว 3.7% หรือกว่า 4,000 Points

เช้าของวันพฤหัสบดีที่ 3 ม.ค. 62 สกุลเงินเยน (Yen – JPY) ของประเทศญี่ปุ่น เกิดอาการ Flash Crash โดยคู่เงิน USDJPY ร่วงลงทันที 3.7% สู่จุดต่ำสุดที่ 105.25 หลังจากมีการประกาศผลประกอบการของบริษัท Apple ที่มีรายได้ลดลงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก

ข้อมูลจาก CNBC แสดงกราฟหุ้น Apple ที่ร่วงเกือบ 10% ในวันเดียว

ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ คือ ในจดหมายที่ “ทิม คุก” (Tim Cook) ประธานบริหารบริษัท Apple เขียนถึงผู้ถือหุ้นว่า เกิดสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งส่งผลให้ยอดขาย iPhone ลดลง

อารมณ์ตลาดในชั่วโมงนั้นมองว่า Apple เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก หากจีนมีผลต่อ Apple มากถึงขนาดทำให้ยอดขายตกลง จีนก็ย่อมมีผลต่อบริษัทอื่นๆ อีกทั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังลูกโซ่ทางธุรกิจอื่นๆ (Supply Chain) ที่เป็นกลไกของเศรษฐกิจโลก

จากเหตุการณ์ข้างต้น ทำให้กระแสเงินทุนย้ายไปที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างสกุลเงิน Yen ของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้ง การประกาศเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องที่น้อย จึงเกิดการกระโดดของราคาอย่างรุนแรง

ปัญหาเศรษฐกิจฟิลิปปินส์

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ 2019: เริ่มกลับมาเดินได้

เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ

สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณ 1.345 แสนล้าน – เพิ่มขึ้น 34% !